สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่
เตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรณีเกิดอัคคีภัยในอาคาร

         เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุม 111 ตึกเก่าชั้น 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรณีการเกิดอัคคีภัย ในอาคาร ประจำปี 2562 โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้ากลุ่มงานทุกกลุ่มงาน และบุคลากรในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยวิทยากรจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร, โรงพยาบาลมุกดาหาร และสำนักงานเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งรูปแบบการประชุม มีทั้งด้านวิชาการ และการฝึกปฏิบัติจริง เช่น การสาธิตการปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีผู้บาดเจ็บจากอัคคีภัย และการใช้เครื่อง AED การฝึกซ้อมแผนแบบ Orientation Seminar การฝึกซ้อมแผนแบบบนโต๊ะ การฝึกซ้อมการบัญชาการเหตุการณ์ โดยสถานการณ์สมมติว่าเกิดอัคคีภัย ภายในอาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
       ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีผู้บาดเจ็บจากอัคคีภัย และการใช้เครื่อง AED แผนดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟ การบัญชาการเหตุการณ์ การประสานงาน และนำรถดับเพลิง เข้ามาระงับเหตุ ในสถานการณ์ที่จำลอง การป้องกันและระงับอัคคีภัยอย่างเป็นระบบมีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องปลอดภัย ทั้งผู้ปฏิบัติ และผู้ประสบภัย เข้าใจสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ และวิธีป้องกันเพลิงไหม้ในที่ทำงานได้อย่างถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานอุปกรณ์ และมีสติในการควบคุมสถานการณ์เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้ รวมทั้งมีทักษะและความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเข้าทำการระงับเหตุเบื้องต้น ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
       นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในการเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรณีเกิดอัคคีภัยในอาคาร ถือว่าเป็นเรื่องดี ทำให้เกิดการตื่นตัวตลอดเวลา เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ก็สามารถนำ ความรู้ความสามารถและทักษะประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกปฏิบัติจริง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการระงับเหตุ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งจะทำให้การสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินให้น้อยที่สุดหรือไม่เกิดการสูญเสียเลย.

ลับหน้าแรก กลับหัวข้อข่าว